2009.09.16-พาทริปสนามหลวงแบบราคาประหยัด.txt

Location: Thailand/Bangkok/SanamLuang

คำเตือน Entry นี้โหลดภาพโหด...
ใครเน็ตเต่าระวังไว้...
(ท่าจะเตือนช้าไปแล้วล่ะ)...

วันนี้งานเสร็จแต่บ่ายเลยออกไปเิดินเล่นที่สนามหลวง...
อาบน้ำซักหน่อยเพราะยังไม่ได้อาบตั้งแต่เช้า...
ปกติผมไปเที่ยวแถบหลังกระทรวงสนามหลวงบ่อยกว่าที่อื่นๆแล้วล่ะ... ถ้าไม่นับที่ไปขายของนะ...
เพราะส่วนใหญ่ของที่ได้จากที่นี่จะราคาถูก... เอ๊ย... ประหยัด...
ซึ่งไหนๆวันนี้ไปทั้งทีก็เลยถือโอกาศพาทัวร์เลยละกัน...

อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำคือกล้องกิ๊กก๊อก Toy Camera ของ PSP...

วิธีการถ่าย... เอามือกำแนบไว้แล้วยกขึ้นระดับอกหรือข้างลำตัวกดถ่ายเลย!!!
จบ... (ดังนั้นภาพที่ออกมาจึงไม่ได้กะมุมด้วยการเล็งเท่าไหร่... เพราะการเล็งภาพในที่สาธารณะอาจทำให้ฝ่ายที่ไม่อยากถูกถ่ายอยากให้ลบภาพออก ก็เป็นได้)...

มาเริ่มต้นเดินทางกันเถอะ...

 

เริ่มต้นจากใส่เสื้อยืดสบายๆสักตัว...
เพราะช่วงนี้อากาศร้อนมาก...
ปกติใส่หูฟังออกนอกบ้านด้วย...
เดี๋ยวนี้ไม่ไหว...
เพราะมันร้อนจริงๆ...

 ขึ้นสะพานปิ่นเกล้า...

ผ่านแถวอนุสาวรีย์ 14 ตุลาฯ...
ลืมไปวันนี้วันหวยออกนี่!!!
คึกคักกันเป็นพิเศษเลย...
คนเรานี่หาเรื่องเสียตังค์ล่ะวิ่งเข้าหาจัง...

ถึงตรงพระแม่ธรณีบีบมวยผมตรงศาลฏีกา...
กระโดดลงรถ...

เอ๊ยยย... รถวนออกมาซะงั้น... รอให้ถึงป้ายก่อนค่อยโดดก็ได้... -_-"

หน้าศาลฏีกาของขายเพียบ...

หลายหลายทั้งสินค้าและคนเดิน...

มาสะดุดเจ้านี่...
นาฬิกาแถมจากแบงค์ไทยพานิชย์...
เป็นนาฬิกาพลาสติกล้วนสายผ้า...
ผมเองมีปัญหาผิวแพ้โลหะใส่นาฬิกาที่มีโลหะ

ไม่ได้...
เลยต้องใส่เจ้านี่แหละ...

ที่สำคัญเลย...
ราคาแค่ 20 บาท!!! พร้อมกล่อง...
และตัวนาฬิกาสามารถแปลงเป็นแบบตั้งโต๊ะก็ได้ ห้อยคอก็ได้...
อุุปกรณ์แปลงกายมาครบทั้งกล่อง...
 
ได้นาฬิกามาสองกล่อง...
เดินกันต่อไป...
 
สินค้าหลากหลายจริงๆ... มีตั้งแต่ราคา 5 บาทถืงเกือบพัน...
 
มือถือมือสองซ่อมแล้วกับพวกอะไหล่และเครื่องมือที่นี่จะมีเยอะ...
ราคาไม่ค่อยแพง...
 
เทปเก่าม้วนละ 10 บาท...
บางม้วนอาจหายากฟังแล้วระลึกชาติกันเลยทีเดียว...
 
รองเท้ามือสองสภาพสวยขัดเงา...
ผมเองก็เคยซื้อรองเท้าพวกรองเท้าหนังจากที่นี่เหมือนกัน...
ข้อดีคือ... มันไม่กัดเท้าเลย...
ถ้าหาคู่ที่ดีๆสะอาดๆกลับบ้านฉีดพ่นและเช็ดแอลกอฮอล์ให้ทั่วก่อนนะ...
 
อันนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง...
การโก่งตูดดูของที่วางกับพื้น...
นอกจากท่าไม่สวยแล้ว...
อาจจะเจอเนื้อคู่(เกย์)ก็เป็นได้...
 
ที่นี่มีทุกอย่างให้ซื้อ/กิน/เที่ยวได้แบบราคาชั้น Economy เลยล่ะ...
ข้าวแกงกับข้าวประมาณ 6-7 อย่างเชียวนะแ่ค่รถเข็นคันเดียวเนี่ย...
 
กาแฟมั๊ยจ้า...
เสียงแม่ค่าเรียกลูกค้าขณะที่สามีถีบรถขายกาแฟไล่ตาม...
 
ขอโกโก้ผสมกาแฟแก้วนึงฮะ...
ผมสั่ง...
แก้วละ 15 บาท...
 
ดื่มแก้อากาศร้อนๆสักหน่อย...
 
หมาน้อย...
เพราะเป็นหมาสนามหลวงใช่ไหม...
ถึงต้องใส่เสื้อแดงเนี่ย...
 
ถั่งลิสงก็มีนะ...
 
ของเล่นทุกชิ้น 10 บาท...
 
สมบัติทั้งนั้น...
แหวนกำไลต่างหู...
เยอะไปหมด...
ตอนอยากได้ก็เป็นเครื่องประดับ...
พอไม่อยากได้ก็เป็นเพียงขยะ...
 
 หัวถ้วยรางวัลยังมีขายกันเลย...
 
เดินเข้าถนนข้างศาลหลักเมือง...
 
มีของขายประปรายไปจนหลังศาลฏีกา...
งวดนี้ไม่โดนอะไรเลย...

มีแต่คนยืนฟังวิทยุประกาศหวยเต็มไปหมด...
 
ข้างคลองหลอด...
ร้านขายเสื้อมือสองที่เคยซื้อมันหายไปไหนล่ะเนี่ย...
 
ใส่นาฬิกาที่ซื้อมาซักหน่อย...
แหล่ม... ใส่แล้วไม่แพ้เพราะไม่มีโลหะเลยซักนิด...
 
ข้ามฝั่งไปสนามหลวง...
 
ถนนอย่างโล่งเลยล่ะ...
 
นกพิราพ...
แถวนั้นมีแม่ค้าขายข้าวโพดดิบด้วย...
ผมเคยซื้อ... มันแพงอ่ะ... สิบบาทโยนได้แปปเดียวหมด...
ซื้อข้าวเหนียวสิบบาทมาโยนไปกินไปยังเหลือ...
 
สนามหลวงที่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว...
 
คนนี้ซื้อข้าวเหนียวมาโยนให้นกกิน...
นกก็รุมๆๆๆๆ...
 
วัดพระแก้ว...
 
เคยถามตัวเองมาตลอดว่าทำไมมันต้องเอาทางเข้ามาไว้ตรงนี้...
มันห่างกับถนนและป้ายรถเมล์มาก...
เวลาเดินมามันก็ไกล...
 
แวะกินหัวใจไก่ปิ้งไม้ละ 5 บาท...
 
กำลังเดินไปท่าช้าง...
ข้างๆศิลปากรน่ะแหละ...
 
ตรงราชนาวีสโมสร(หน้าพระลาน)มีร้านขายแว่น
ตาแฟนซี...
เยอะมาก 39 บาทเอง... เคยซื้อจากร้านนี้ไปเหมือนกัน...
ถือว่าถูกเอาเรื่อง...
 
ราชนาวีสโมสรของส่วนใหญ่ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่...
 
 
แต่ถ้ามาก็ต้องมาเดินเกือบทุกครั้งไม่รู้ทำไม...
 
ย้อนกลับมาท่าช้าง...
ของทุกอย่างเหมือนเดิมเลย...
ไม่ต่างกับตอนมาเดินทุกครั้งตั้งแต่เรียน ป.ตรี
ยันปัจจุบัน...
 
รองเท้าแตะหลากสี...
หาถูกกว่าีนี้ได้ที่สำเพ็ง...



ตรงข้ามศิลปากร...
แถวนี้ของหลากหลาย...
ส่วนใหญ่จะเป็นของเก่า...

 
 
แวะกินเต้าฮวยตรงข้ามศิลปากรน่ะแหละ...
12 บาท แพงถ้าเทียบกับที่้บ้าน...
ถูกสำหรับแถวนี้เพราะไ่ม่มีที่ให้กินที่ือื่นละ...


ในร้านขายเต้าฮวยขายก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นด้วย...
 
เดินทางต่อ...
ตรงข้ามวัดมหาธาตุขายพระ...
เอ๊ยเช่าพระ... ตรึมๆๆ...


ผ่านร้านการ์ตูนแมวชุม...
ร้านนี้แมวเยอะมากๆ...
แค่ใกล้ร้านก็ได้กลิ่นแมวแล้ว...
ตั้งปณิธานว่าจะไม่ซื้อการ์ตูนถ้าไม่จำเป็
น...
แต่ครั้งนี้เรื่องที่อ่านออกตั้งสามเล่ม...

ตัดใจๆๆๆ...

ตัดใจจนได้... เฮ...


หนังเสือแถวนี้มีขายตั้งสามเจ้า เจ้านี้สวยดี...


ตึกตรงใกล้ๆท่าพระจันทร์...
สร้างใหม่มัง... สวยดี...

ใครเรียนแถวท่าพระจันทร์แล้วเคยซื้อเครื่องเขียนร้านนี้มั่ง...
โคตรแพง...
และมีแต่ของแพงขาย...
แนะำนำว่าไปซื้อที่ศิลปากรจะเจอของที่ถูกกว่า...
เคยหลงซื้อปากกา Lamy ให้เป็นของขวัญรุ่นน้องรับปริญญาไปสามแท่ง... หมดตูดเงินเดือนพนักงาน...
ไม่กล้ายืนหน้าร้านนานๆ...


แถวท่าพระจันทร์ขึ้นชื่อเรื่องกรอบพระกล่อ
งพระและพระๆๆๆๆ...
ราคาไม่แพงไม่ผิดหวัง...
กล่องสเตนเลสที่นี่ราคาถูกสุดแล้วล่ะ...
ใช้นานคุณภาพดีด้วย...
 
ตู้ขายซิมแฮปปี้...
10 บาทเติมตังค์ได้...
แถมไข่พลาสติกและคำทำนายด้วยนะ...
เคยหยอดไปทีนึง...
 
ซอยนี้ใกล้ๆสเวนเซ่น...
บ้านเรือนสวยดี...
มีหมอดูเยอะด้วย...
 
มองจากท่าพระจันทร์ไปทางปินเกล้า...
วันนี้อากาศเหงาๆพิกล...
 
ท่าพระจันทร์คนก็ไม่เยอะ...
 
ย้อนออกมาที่ลานคนเมือง...
ขายของเอาใจสาวๆโคตร...
ใครเรียนที่นี่ไม่เคยช๊อปที่นี่ถือว่า Out สุดๆ...

ผมเคยมาขายโปสการ์ดที่นี่ตอนเรียนด้วยนะ..
ถ่ายเองขายเอง...
 
เงินในกระเป๋ามีมากเสี่ยงต่อการโดนถลุง...
รีบเอาเงินเข้าแบงค์ก่อนที่มันจะกลายเป็นของหิ้วกลับบ้าน...
 
แวะเข้ามาธรรมศาสตร์แวบนึง...
 
แวะร้านซูชิท่าพระจันทร์ซื้อซูชิฝากที่บ้าน...
ซูชิไทยมันไม่ใหญ่...
แต่ก็กินง่ายดี...
 
คิดตังค์...
 
แวะซื้อหนมปังร้านอร่อยท่าพระจันทร์...
มีสองห่อก็เอาสองห่อ...
ของมันไม่ได้อร่อยเท่าทำเองหรอก...
แต่ทำเองมันเสียเวลา...
 
หิ้วของทั้งหมดกลับบ้าน... ขึ้นรถเมล์...
 
โชคดีวันนี้ได้นั่ง ปอ.203 กลับบ้าน...
เหมือนได้นั่งลีมูซีนกลับจากสนามบินนั่นแล...
จ่ายแพงกว่าหน่อยถึงบ้านสบายใจเฉิบ...
 
รถก็โล่งนั่งสบาย...
 
ถึงป้ายปากซอยแล้ว...
วันนี้รถโล่ง...
 
เดินทางเข้าซอย...
ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ...
 
จบทริป... โดยสมบูรณ์...
 
ใครที่ติดตามเรื่องเก็บห้องตอนที่สอง...
ผมว่าตอนนั้นเขาตัดจบไปแล้วล่ะครับ...
ผมมีนิสัยเสียตรงทำอะไรนานๆต่อเนื่องไม่ค่อยจะได้เนื่องจากมันจะรู้สึกเบื่อไปเลยล่ะ...
 
งั้นตอนนี้ก็ขอตัดจบตรงนี้เช่นกันครับ...
ราตรีสวัสดิ์...
 

2009.08.25-Love Message...

posted on 25 Aug 2009 16:14 by yingheng in Bobby

วิธีบอกรักแบบจดหมายยังใช้ได้อยู่นะ...

 

 

ไอเดียสื่อสารสับสนนี้ได้มาจากกระทู้นึงในเวบบอร์ด www.munkonggadget.com ที่อ่านประจำ...
(ขอไม่บอกกระทู้นะ... เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าเจ้าของกระทู้สื่อสารผิด... แค่ได้ไอเดียเรื่องสื่อรักมาเฉยๆจ้า)...

คำบางคำยากจะพูด...
ก็เลยใช้สื่อแทน...
แต่บางทีจะพึ่งสื่ออย่างเดียวก็อาจจะไปไม่ถึงใจผู้รับเหมือนกัน...

ภาษาไทยเป็นภาษาเขียนและภาษาพูดที่ลื่นไหลมาก...
สื่อสารผิดนิดเดียวเข้าใจไปไกลเลยก็มี...

มานั่งคิดดูแล้วพูดไปตรงๆชัดๆยังง่ายกว่าเยอะ...

แล้วคุณล่ะ...เคยสารภาพรักแบบไหนกันบ้าง...

2009.08.24-แก้เผ็ดแก๊งปาหิน...

posted on 24 Aug 2009 21:23 by yingheng in News

ข่าวออกมาทุกวั๊นทุกวัน...

หาิวิธีแก้เผ็ดแก๊งปาหินกันดีกว่า...

 

การแก้แค้นการจองเวรไม่มีอะไรที่ดีขึ้นมานักหรอก...

ถ้าจะให้ดี... หาวิธีให้หยุดปาหินกันดีกว่านะ...

หลายๆคนปาเพราะอยากเป็นกระแสก็มี...

ปาเพราะคิดว่าตัวเองแน่กว่าพวกที่ถูกจับก็มี...

ถ้าสื่อช่วยกันลดกระแสข่าวพวกนี้แล้วหันมาหาวิธีป้องกันสำหรับเหยื่อดีกว่า...

ส่วนข่าวว่าใครปาเก่งกว่าใครไม่ต้องไปลงหรอก...

มันไม่ช่วยอะไรเลย...

มันมีดีแค่ช่วยให้ขายข่าวได้ทุกวันเท่านั้นแหละ...

 

เพื่อนๆคิดว่ามีวิธีอะไรดีๆบ้างมาแชร์กันนะ...

ช่วงเช้าผมจะมีโอกาสบ้างที่จะไปกินข้าวเช้าแถวบ้าน...

เกือบทุกร้านที่ผมเลือกเข้าไปกินจะต้องมีหนังสือพิมพ์อยู่ในร้านเสมอ...

เพราะมันจะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้อ่านข่าวแบบที่ไม่ต้องอ่านจากในเน็ต...
(ทีวีมีในบ้านไม่ค่อยจะได้ดูเพราะไม่ค่อยจะอยู่ข้างล่างเลยครับ)

แน่นอนว่าช่วงนี้กระแสข่าวเกือบทุกหนังสือพิมพ์คงไม่พ้นเรื่องของ...

ลูกแพนด้า...

ซึ่งหัวข้อข่าวก็พาดวนเวียนเกี่ยวกับสุขภาพของลูกแพนด้าเกือบทุกฉบับ...
ซึ่งจริงๆใจความมันก็มีเท่าหัวพาดข่าวน่ะแหละ...

แต่ไฉนเนื้อข่าวข้างในให้อ่านต่อมันถึงได้เยอะนัก...
คืออะไรก็ตามขอให้มีคำว่าแพนด้าอยู่ในข่าวนั้นก็จะถูกจับมารวมไว้ในข่าวหน้าข้างในทันที...

เรียกว่าเราจะได้ติดตามความเป็นไปของแพนด้ากันได้อย่างต่อเนื่องกว่า
รับรู้ความเป็นไปของญาติที่อยู่ต่างจังหวัดซะีอีก...

ต่างกับเมื่อสองอาทิตย์ก่อน...

ข่าวเคอิโงะมีจนเรียกว่าเหมือนดู reality show กันเลยทีเดียว...
ข่าวเคอิโงะที่ใครๆเห็นจนหมั่นใส้ปนสงสารน้องเค้า...
ข่าวที่จากเรื่องเด็กตามหาพ่อกลายเป็นมหากาพย์ไปสามอาทิตย์กว่าๆ...
ข่าวที่เรียกว่าปั้นเด็กที่ไม่รู้จักกลายเป็นดาวเด่นจนต้องซื้อลิขสิทธิ์ชีวิตไปเขียนเป็นการ์ตูน...

ตอนนี้ข่าวนี้มันไปไหนแล้ว...

ไม่ใช่ค่อยๆหายไป... แต่หากหลังจากแพนด้าคลอดลูกเสร็จ...
เรียกได้ว่าข่าวนี้หายจากหนังสือพิมพ์ไปเลย...

แล้วคนที่เค้าติดตามข่าวนี้มาจนเกือบจะติดแล้วล่ะ...

เท่าที่สังเกตสื่อไทยมักเป็นแบบนี้ประจำ...

ข่าวไหนที่เป็นข่าวหากินก็แห่กันไปทำจนเกร่อ...
ข่าวไหนที่เป็นข่าวหากินก็ทำกันให้มันเลี่ยนจนเบื่อหน้าหนังสือพิมพ์ไปเลย...
ข่าวไหนที่เป็นข่าวหากินใหม่ก็ทำให้ข่าวหากินเก่าถูกบดไปจนไม่เหลือแม้ซอกข่าวให้ติดตาม...
แล้วทางเลือกของคนบริโภคข่าวมันหายไปไหนหมด...

ทุกวันนี้ถ้าไม่ได้อ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ต...
เราคงถูกภาพซ้ำๆซากๆโผล่มาจนทำให้หลงเชื่อเป็นกระแสวันต่อวันไปเรื่อยๆ...
จนบางทีข่าวก็เปรียบเสมือนอาหารเช้า กลางวัน เย็นของคนเกินครึ่งประเทศกันเลยทีเดียว...
แล้วหากเราบริโภคข่าวที่ถูกป้อนข้อมูลด้านเดียวเรื่อยๆ...

ก็จะเกิดการอาเจียนเป็นข่าวนั้นๆ...

เช่นทุกๆเช้าเราบริโภคข่าวเรื่องๆหนึ่งมาซักอาทิตย์หนึ่ง...
สักวันหนึ่งเราก็ต้องมีการเอาข่าวนี้มาเล่าถกกับคนที่อ่านข่าวเหมือนกัน...
หรือคนอื่นที่ยังไม่ได้อ่านข่าวจนเป็น Talk of the town ไป...
นี่คือสิ่งที่สื่อฯต้องการให้เป็นฯ...

ข่าวที่เผยให้เห็นข้อเท็จจริงเพียงด้านเดียวโดยที่ไม่ได้ให้มุมมองด้านอื่นๆเลย...

แล้วการพัฒนาทางความคิดของผู้บริโภคสื่อมันจะได้อะไรบ้างเนี่ย...

หรือบ้านเมืองมันไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการมานั่งดูลูกแพนด้าทั้งวันอีกแล้ว???

ปล.จำได้ว่าข่าวช้างไทยออกลูกมันยังไม่ดังเป็นกระแสน่าสนใจขนาดนี้เลย...

ปล2. ถ้าผมอยากตามหาแฟนญี่ปุ่นที่หนีกลับประเทศไปนี่จะดังเหมือนเคอิโงะไหม...
แฟนชื่อมาริโกะ ชิราอิชิ... ใครเจอช่วยบอกเธอด้วยนะ...

edit @ 5 Jun 2009 21:44:52 by yingheng

2009.05.31-ตามล่าหากรรม.txt

posted on 31 May 2009 21:23 by yingheng in Bobby

ก่อนอื่นสวัสดีทุกๆท่านที่เคยเข้ามาแล้วงงว่าทำไมคนเขียนมันหายหน้าไป...
เพราะว่าอาทิตย์ที่แล้ว wireless router  เสียจึงทำให้เล่นเน็ตไม่ได้ไป 1อาทิตย์แบบลงแดงโคตรๆ...
ช่วงเวลาที่ผ่านมาผมได้นั่งๆนอนๆแบบไม่ต้องเล่นเน็ตก็เลยมีเรื่องรอบตัวที่คันปากอยากแชร์สู่กันฟัง...

ก็เลยจดหัวข้อเอาไว้เผื่อว่าจะได้เอามาเขียนจริงๆจังๆเสียที
โดยเรื่องที่เขียนก็คงเป็นเรื่องรอบตัวของคนที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 30 ปีเนี่ยแหละครับ

เริ่มจากเรื่องแรกกันเลยดีกว่า...

ตามล่าหากรรม~.txt

 

วันก่อนผมมีโอกาสได้ไปเดินตามร้านหนังสือและก็ดูทีวีบ้างพบว่า
เดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมใหม่ที่จะทำให้ใครต่อใครได้รู้เรื่องเกี่ยวกับกรรมที่ตัวเองเคยทำไว้เมื่อก่อนหน้านี้
ซึ่งหลังจากที่ดูแล้วก็มานั่งคิดว่า มันกำลังจะกลายเป็นกระแสนี่หว่า
เพราะหลังจากที่สื่อจับอะไรมาสร้างกระแสได้ สื่อก็จะปั่นๆๆๆๆๆๆ...
เรียกว่าถ้าเรื่องติดลมบนก็จะได้หากินกับเรื่องนั้นๆไปนานๆไม่ต้องเสียเวลา
ไปหาเรื่องใหม่ๆ... เช่นเรื่องเด็กชายเคอิโงะเป็นต้น...

นวัตกรรมที่เล่นกับกรรมนี้อาจนำไปสู่เทคโนโลยีนำสมัยที่จะทำให้คุณ
เข้าถึงกรรมเก่าที่เคยทำไว้ได้ง่ายขึ้นก็ได้ เลยขอแนะนำนวัตกรรมต่อยอดซึ่งมี
คอนเซ็ปต์เดิมของการเล่นกับกรรมดังนี้...

 
เครื่องสแกนกรรม

บ่อยครั้งที่ท่านมีกรรมติดตัวแต่ไม่รู้ว่าเคยมีกรรมเอาไว้มากเท่าไหร่

หรืออยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่านแล้วล่ะก็ขอแนะนำ

เครื่องสแกนกรรม

เพียงติดตั้งไว้ที่ไหนก็ได้แล้วเสียบปลั๊ก
เมื่อเดินผ่านหากท่านมีกรรมมากเท่าไหร่
เครื่องก็จะส่งสัญญาณบอกจำนวนกรรมที่ท่านเคยทำไว้เท่านั้น
เครื่องนี้อาจเหมาะกับสถาณศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่ผู้บริสุทธิ์เท่านั้นจะผ่านไปได้
หากไม่บริสุทธิ๋เครื่องนี้จะสามารถบอกได้ทันที

เรียกว่าสะดวกในการค้นหาำจำนวนกรรมกันเลยทีเดียว

...

...

อะไรนะครับ... เครื่องนี้คิดว่าไม่ละเอียดพอใช่ไหมครับ

แน่นอนว่าเรามีนวัตกรรมใหม่ที่จะมาเสนอท่านอย่างแน่นอนครับ


เครื่องเอ็กซ์-เรย์กรรม

หากเครื่องสแกนกรรมทำงานไม่โดนใจท่านเพราะไม่สามารถระบุกรรมที่แน่นอนได้แล้ว
เราขอแนะนำเครื่องเอ็กซ์-เรย์กรรมที่ทำงานเหมือนเครื่องเอ็กซ์-เรย์ทั่วไป
เพียงท่านผ่านการฉายรังสีเอ็กซ์-เรย์กรรมแล้วเครื่องจะทำงานถ่ายฟิล์มออกมาเป็นภาพให้ท่านเห็น
โดยอาจจะต้องใช้ผู้ชำนาญในการอ่านฟิล์มกรรมของท่านแล้วแจงออกมาว่ามีกรรมอะไรบ้าง
เครื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนแทบจะบอกได้เลยว่าส่วนไหนของร่างกาย
ทำกรรมอะไรไว้บ้าง เรียกว่าหลังจากที่เอ็กซ์-เรย์กรรมแล้ว

ท่านสามารถนำฟิล์มเอ็กซ์-เรย์กรรมไปอวดคนที่บ้านหรื่อเพื่อนๆได้อย่างสบายใจเชียว
ว่าท่านนี่ก็มีกรรมมากมายไม่แพ้ชาวบ้านเหมือนกัน

แต่หากท่านคิดว่าเครื่องมือนั้นทำงานไม่สเถียรพอเราอาจจะต้องนำท่านกลับมาสู่
ระบบ Manual ในการสืบหากรรมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนเลยทีเดียวว่าไม่มี
เครื่องมือใดที่จะสามารถสืบหาอะไรที่เป็นสิ่งที่อ่อนไหวได้เท่ากับมนุษย์อีกแล้ว

ดังนั้นเราของแนะนำผู้เชี่ยวชาญเรื่องกรรมอย่างแท้จริงให้ท่าน ณ บัดนี้!!!


คนค้นกรรม!!!

ไม่มีอะไรละเอียดและเจาะลึกได้เท่านี้อีกแล้ว
เพียงท่านติดต่อไปยังรายการคนค้นกรรม
ทางรายการจะทำการสืบเสาะเคาะกรรมเก่าของท่านออกมาเป็นช็อตๆ
พร้อมเหตุการณ์สมมติเหมือนกับเห็นจริงๆ
แถมถ้าท่านคิดว่ากรรมท่านมีไม่พอที่จะหากันในรายการเพียงครั้งเดียว
ทางรายการจะสืบค้นกรรมท่านต่อในตอนที่สอง ตอนที่สาม
จนกว่าสปอนเซอร์จะส่ายหน้ากันเลยทีเดียว

กรรมไหนทำเมื่อไหร่ทีมงานคนค้นกรรมสืบหาได้ละเอียด
ท่านอาจนำหลักฐานจากเครื่องสแกนกรรมและฟิล์มเอ็กซ์-เรย์กรรม
มาประกอบรายการเพื่อช่วยแถลงความละเอียดก็ได้

เรียกว่านอกจากรู้เวลาทำกรรมที่เคยลืมไว้ยังไม่พอยังรู้สถานที่ชัดเจนอีกด้วยว่าเคยทำที่ไหน

ไม่มีอะไรละเีอียดไปกว่านี้อีกแล้ว!!!

นอกจากนี้เรายังขอแนะนำตัวเสริม

หากท่านค้นหากรรมตัวเองไม่พอยังอยากไปหากรรมคนอื่น
ครั้นจะบอกให้ไปเดินผ่านเครื่องสแกนกรรมหรือพาไปเอ็กซ์-เรย์กรรม
ก็คงจะไม่ยอมแน่ๆขอแนะนำ


สุนัขหากรรม!!!

แม้จะเหมือนหมาบางแก้วธรรมดา
แต่นี่ไม่ใช่!!!

นี่เป็นสุนัขหากรรม นวัตกรรมใหม่แห่งกรมตัมมะหรวด

หากมีกรณีคนมีกรรมลอบเข้าประเทศ

ไม่มีอะไรไวกว่าสุนัขหากรรมอีกแล้ว!!!

จมูกที่ไวต่อกรรมเป็นอย่างดีย่อมทำให้เหยื่อที่แบกรับกรรมไว้
ไม่สามารถที่จะปกปิดกรรมไว้ได้ไม่ว่าจะซ่อนเร้นที่ไหนก็ตาม

และเชื่อว่าหากท่านคิดจะัดังด้วยกรรมแล้ว
ควรไปออกรายการที่จะช่วยท่านปั่นกระแสจากกรรมของท่าน
ให้ชาวบ้านดูอย่างยืดเยื้อเป็นเดือนๆได้

ขอแนะนำ!!!


เกมทศกรรม!!!

จะมีแค่ 10 กรรม มากกว่านั้นมาพิสูจน์ว่าท่านมีกรรมมากพอที่จะยืดเยื้อ
ต่อรายการไปถึงสัปดาห์หน้าได้หรือไม่!!!
ท่านจะเอาชนะตำแหน่งแชมป์เกมทศกรรมที่เคยทำกรรมไว้ 219 กรรมได้รึเปล่า???
ขอให้รีบมา!!!

เพียงท่านออกรายการวันละ 2-3 กรรมก็จะช่วยให้รายการยืดเยื้อไปได้เป็นเดือนๆกันเลยทีเดียว...

นอกจากนี้ยังคิดว่ามีธุรกรรมเกี่ยวกับกรรม(โอ๊ย!!! พิมพ์เองงงเอง)
มาเสริมให้สำหรับท่านที่มีกรรมแล้วอยากแก้กรรม

ไม่ว่าจะเป็นบ่อล้างกรรม ฝักบัวล้างกรรม เครื่องล้างกรรม
เพียงท่านเดินผ่านน้ำที่ไว้ล้างกรรมท่านก็จะหายจากกรรมเก่าที่ท่านทำมาได้

หรือจะเป็นเทคโนโลยีเท่ๆ เช่นเครื่องช้อนกรรม เครื่องคีบกรรม กรรมCatcher เพียงท่านหยอดเหรียญ 10 บาท
แล้วบังคับคันโยกให้มาคีบกรรมออกจากท่านหากแม่นพอสามารถคืบได้ทั้งกรรมเล็กกรรมใหญ่เพื่อแลก
ของรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาเม่นสายไฟฟ้าโซนิค นาฬิกาสุดหรู ไปถึงไอโพนกันเลยทีเดียว

เชื่อว่าเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นใกล้ตัวท่านเร็วๆนี้!!!

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จากผู้เขียน

ผมไม่อยากเชื่อเลยล่ะว่าคนเรามันจะเอากรรมของคนมาเล่นได้ถึงขนาดนี้
จริงๆแล้วคนเราทำอะไรผิด ส่วนต่างๆของร่างกายมันย่อมฟ้องออกมาอยู่ดี
มีแต่คนที่หลอกตัวเองหรือคนที่ขาดสามัญสำนึกเท่านั้นแหละที่ทำกรรมอะไรไว้แล้วไม่รู้ว่ามีกรรมอะไร
สมองคนเรามันก็ไม่ได้โง่พอที่จะลืมเรื่องเก่าๆที่เคยทำได้หรอก

แต่มันก็เป็นเรื่องของสื่อที่ประโคมกันเข้าไปว่าการค้นหากรรมนั้นเป็นเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์สอนคนดู
ให้ระวังไม่ให้ทำกรรม แต่ไอ้กรณีที่เห็นกันปัจจุบันผมว่ามันเป็นกรรมการตลาดมากกว่า
เอากรรมมาแสดงให้เห็นเป็นเรื่องๆเพื่อให้เห็นเป็นเรื่องสนุกของคนดู

อีกหน่อยก็คงบานปลายกลายเป็นเรื่องงมงายอีกแหละ

นี่แหละการเล่นสนุกของสื่อกับกระแสความเชื่อของคนไทย

เฮ้อ~!

----------------------------------------------------------------------------------------------------

ผมอยากลองเขียนเรื่องรอบตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ผ่านๆมาจากประสบการณ์หรือเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ผ่านมุมมองของผมเอง เพราะว่าแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนมีนัยให้ขบคิดอยู่เสมอๆ
ซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่หลายๆเรื่องเต็มหัวเลยทีเดียวซึ่งคาดว่าคงจะเป็นประโยชน์ทางความคิด
กับผู้อ่านด้วยอยากให้เอาเรื่องต่างๆที่ผ่านๆมาเอามาแชร์กันเพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาตรรกะ
หรือความคิดของทั้งผู้อ่านและผู้เขียนดูสักครั้ง

(ไม่รู้ว่าอย่างตอนนี้ผมเอามาเล่นสนุกแรงไปหรือเปล่า ถ้าแรงไปก็ช่วยบอกกันด้วยนะครับ)

แต่ที่สำคัญ... ตอน Scroll ขึ้นไปนี่ ตูเขียนไปได้ยาวขนาดนี้ได้งัยฟะเนี่ย...

เฮงๆ กันทุกท่านครับ...

edit @ 31 May 2009 23:14:44 by yingheng