2009.09.16-พาทริปสนามหลวงแบบราคาประหยัด.txt

Location: Thailand/Bangkok/SanamLuang

คำเตือน Entry นี้โหลดภาพโหด...
ใครเน็ตเต่าระวังไว้...
(ท่าจะเตือนช้าไปแล้วล่ะ)...

วันนี้งานเสร็จแต่บ่ายเลยออกไปเิดินเล่นที่สนามหลวง...
อาบน้ำซักหน่อยเพราะยังไม่ได้อาบตั้งแต่เช้า...
ปกติผมไปเที่ยวแถบหลังกระทรวงสนามหลวงบ่อยกว่าที่อื่นๆแล้วล่ะ... ถ้าไม่นับที่ไปขายของนะ...
เพราะส่วนใหญ่ของที่ได้จากที่นี่จะราคาถูก... เอ๊ย... ประหยัด...
ซึ่งไหนๆวันนี้ไปทั้งทีก็เลยถือโอกาศพาทัวร์เลยละกัน...

อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำคือกล้องกิ๊กก๊อก Toy Camera ของ PSP...

วิธีการถ่าย... เอามือกำแนบไว้แล้วยกขึ้นระดับอกหรือข้างลำตัวกดถ่ายเลย!!!
จบ... (ดังนั้นภาพที่ออกมาจึงไม่ได้กะมุมด้วยการเล็งเท่าไหร่... เพราะการเล็งภาพในที่สาธารณะอาจทำให้ฝ่ายที่ไม่อยากถูกถ่ายอยากให้ลบภาพออก ก็เป็นได้)...

มาเริ่มต้นเดินทางกันเถอะ...

 

เริ่มต้นจากใส่เสื้อยืดสบายๆสักตัว...
เพราะช่วงนี้อากาศร้อนมาก...
ปกติใส่หูฟังออกนอกบ้านด้วย...
เดี๋ยวนี้ไม่ไหว...
เพราะมันร้อนจริงๆ...

 ขึ้นสะพานปิ่นเกล้า...

ผ่านแถวอนุสาวรีย์ 14 ตุลาฯ...
ลืมไปวันนี้วันหวยออกนี่!!!
คึกคักกันเป็นพิเศษเลย...
คนเรานี่หาเรื่องเสียตังค์ล่ะวิ่งเข้าหาจัง...

ถึงตรงพระแม่ธรณีบีบมวยผมตรงศาลฏีกา...
กระโดดลงรถ...

เอ๊ยยย... รถวนออกมาซะงั้น... รอให้ถึงป้ายก่อนค่อยโดดก็ได้... -_-"

หน้าศาลฏีกาของขายเพียบ...

หลายหลายทั้งสินค้าและคนเดิน...

มาสะดุดเจ้านี่...
นาฬิกาแถมจากแบงค์ไทยพานิชย์...
เป็นนาฬิกาพลาสติกล้วนสายผ้า...
ผมเองมีปัญหาผิวแพ้โลหะใส่นาฬิกาที่มีโลหะ

ไม่ได้...
เลยต้องใส่เจ้านี่แหละ...

ที่สำคัญเลย...
ราคาแค่ 20 บาท!!! พร้อมกล่อง...
และตัวนาฬิกาสามารถแปลงเป็นแบบตั้งโต๊ะก็ได้ ห้อยคอก็ได้...
อุุปกรณ์แปลงกายมาครบทั้งกล่อง...
 
ได้นาฬิกามาสองกล่อง...
เดินกันต่อไป...
 
สินค้าหลากหลายจริงๆ... มีตั้งแต่ราคา 5 บาทถืงเกือบพัน...
 
มือถือมือสองซ่อมแล้วกับพวกอะไหล่และเครื่องมือที่นี่จะมีเยอะ...
ราคาไม่ค่อยแพง...
 
เทปเก่าม้วนละ 10 บาท...
บางม้วนอาจหายากฟังแล้วระลึกชาติกันเลยทีเดียว...
 
รองเท้ามือสองสภาพสวยขัดเงา...
ผมเองก็เคยซื้อรองเท้าพวกรองเท้าหนังจากที่นี่เหมือนกัน...
ข้อดีคือ... มันไม่กัดเท้าเลย...
ถ้าหาคู่ที่ดีๆสะอาดๆกลับบ้านฉีดพ่นและเช็ดแอลกอฮอล์ให้ทั่วก่อนนะ...
 
อันนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง...
การโก่งตูดดูของที่วางกับพื้น...
นอกจากท่าไม่สวยแล้ว...
อาจจะเจอเนื้อคู่(เกย์)ก็เป็นได้...
 
ที่นี่มีทุกอย่างให้ซื้อ/กิน/เที่ยวได้แบบราคาชั้น Economy เลยล่ะ...
ข้าวแกงกับข้าวประมาณ 6-7 อย่างเชียวนะแ่ค่รถเข็นคันเดียวเนี่ย...
 
กาแฟมั๊ยจ้า...
เสียงแม่ค่าเรียกลูกค้าขณะที่สามีถีบรถขายกาแฟไล่ตาม...
 
ขอโกโก้ผสมกาแฟแก้วนึงฮะ...
ผมสั่ง...
แก้วละ 15 บาท...
 
ดื่มแก้อากาศร้อนๆสักหน่อย...
 
หมาน้อย...
เพราะเป็นหมาสนามหลวงใช่ไหม...
ถึงต้องใส่เสื้อแดงเนี่ย...
 
ถั่งลิสงก็มีนะ...
 
ของเล่นทุกชิ้น 10 บาท...
 
สมบัติทั้งนั้น...
แหวนกำไลต่างหู...
เยอะไปหมด...
ตอนอยากได้ก็เป็นเครื่องประดับ...
พอไม่อยากได้ก็เป็นเพียงขยะ...
 
 หัวถ้วยรางวัลยังมีขายกันเลย...
 
เดินเข้าถนนข้างศาลหลักเมือง...
 
มีของขายประปรายไปจนหลังศาลฏีกา...
งวดนี้ไม่โดนอะไรเลย...

มีแต่คนยืนฟังวิทยุประกาศหวยเต็มไปหมด...
 
ข้างคลองหลอด...
ร้านขายเสื้อมือสองที่เคยซื้อมันหายไปไหนล่ะเนี่ย...
 
ใส่นาฬิกาที่ซื้อมาซักหน่อย...
แหล่ม... ใส่แล้วไม่แพ้เพราะไม่มีโลหะเลยซักนิด...
 
ข้ามฝั่งไปสนามหลวง...
 
ถนนอย่างโล่งเลยล่ะ...
 
นกพิราพ...
แถวนั้นมีแม่ค้าขายข้าวโพดดิบด้วย...
ผมเคยซื้อ... มันแพงอ่ะ... สิบบาทโยนได้แปปเดียวหมด...
ซื้อข้าวเหนียวสิบบาทมาโยนไปกินไปยังเหลือ...
 
สนามหลวงที่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว...
 
คนนี้ซื้อข้าวเหนียวมาโยนให้นกกิน...
นกก็รุมๆๆๆๆ...
 
วัดพระแก้ว...
 
เคยถามตัวเองมาตลอดว่าทำไมมันต้องเอาทางเข้ามาไว้ตรงนี้...
มันห่างกับถนนและป้ายรถเมล์มาก...
เวลาเดินมามันก็ไกล...
 
แวะกินหัวใจไก่ปิ้งไม้ละ 5 บาท...
 
กำลังเดินไปท่าช้าง...
ข้างๆศิลปากรน่ะแหละ...
 
ตรงราชนาวีสโมสร(หน้าพระลาน)มีร้านขายแว่น
ตาแฟนซี...
เยอะมาก 39 บาทเอง... เคยซื้อจากร้านนี้ไปเหมือนกัน...
ถือว่าถูกเอาเรื่อง...
 
ราชนาวีสโมสรของส่วนใหญ่ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่...
 
 
แต่ถ้ามาก็ต้องมาเดินเกือบทุกครั้งไม่รู้ทำไม...
 
ย้อนกลับมาท่าช้าง...
ของทุกอย่างเหมือนเดิมเลย...
ไม่ต่างกับตอนมาเดินทุกครั้งตั้งแต่เรียน ป.ตรี
ยันปัจจุบัน...
 
รองเท้าแตะหลากสี...
หาถูกกว่าีนี้ได้ที่สำเพ็ง...



ตรงข้ามศิลปากร...
แถวนี้ของหลากหลาย...
ส่วนใหญ่จะเป็นของเก่า...

 
 
แวะกินเต้าฮวยตรงข้ามศิลปากรน่ะแหละ...
12 บาท แพงถ้าเทียบกับที่้บ้าน...
ถูกสำหรับแถวนี้เพราะไ่ม่มีที่ให้กินที่ือื่นละ...


ในร้านขายเต้าฮวยขายก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นด้วย...
 
เดินทางต่อ...
ตรงข้ามวัดมหาธาตุขายพระ...
เอ๊ยเช่าพระ... ตรึมๆๆ...


ผ่านร้านการ์ตูนแมวชุม...
ร้านนี้แมวเยอะมากๆ...
แค่ใกล้ร้านก็ได้กลิ่นแมวแล้ว...
ตั้งปณิธานว่าจะไม่ซื้อการ์ตูนถ้าไม่จำเป็
น...
แต่ครั้งนี้เรื่องที่อ่านออกตั้งสามเล่ม...

ตัดใจๆๆๆ...

ตัดใจจนได้... เฮ...


หนังเสือแถวนี้มีขายตั้งสามเจ้า เจ้านี้สวยดี...


ตึกตรงใกล้ๆท่าพระจันทร์...
สร้างใหม่มัง... สวยดี...

ใครเรียนแถวท่าพระจันทร์แล้วเคยซื้อเครื่องเขียนร้านนี้มั่ง...
โคตรแพง...
และมีแต่ของแพงขาย...
แนะำนำว่าไปซื้อที่ศิลปากรจะเจอของที่ถูกกว่า...
เคยหลงซื้อปากกา Lamy ให้เป็นของขวัญรุ่นน้องรับปริญญาไปสามแท่ง... หมดตูดเงินเดือนพนักงาน...
ไม่กล้ายืนหน้าร้านนานๆ...


แถวท่าพระจันทร์ขึ้นชื่อเรื่องกรอบพระกล่อ
งพระและพระๆๆๆๆ...
ราคาไม่แพงไม่ผิดหวัง...
กล่องสเตนเลสที่นี่ราคาถูกสุดแล้วล่ะ...
ใช้นานคุณภาพดีด้วย...
 
ตู้ขายซิมแฮปปี้...
10 บาทเติมตังค์ได้...
แถมไข่พลาสติกและคำทำนายด้วยนะ...
เคยหยอดไปทีนึง...
 
ซอยนี้ใกล้ๆสเวนเซ่น...
บ้านเรือนสวยดี...
มีหมอดูเยอะด้วย...
 
มองจากท่าพระจันทร์ไปทางปินเกล้า...
วันนี้อากาศเหงาๆพิกล...
 
ท่าพระจันทร์คนก็ไม่เยอะ...
 
ย้อนออกมาที่ลานคนเมือง...
ขายของเอาใจสาวๆโคตร...
ใครเรียนที่นี่ไม่เคยช๊อปที่นี่ถือว่า Out สุดๆ...

ผมเคยมาขายโปสการ์ดที่นี่ตอนเรียนด้วยนะ..
ถ่ายเองขายเอง...
 
เงินในกระเป๋ามีมากเสี่ยงต่อการโดนถลุง...
รีบเอาเงินเข้าแบงค์ก่อนที่มันจะกลายเป็นของหิ้วกลับบ้าน...
 
แวะเข้ามาธรรมศาสตร์แวบนึง...
 
แวะร้านซูชิท่าพระจันทร์ซื้อซูชิฝากที่บ้าน...
ซูชิไทยมันไม่ใหญ่...
แต่ก็กินง่ายดี...
 
คิดตังค์...
 
แวะซื้อหนมปังร้านอร่อยท่าพระจันทร์...
มีสองห่อก็เอาสองห่อ...
ของมันไม่ได้อร่อยเท่าทำเองหรอก...
แต่ทำเองมันเสียเวลา...
 
หิ้วของทั้งหมดกลับบ้าน... ขึ้นรถเมล์...
 
โชคดีวันนี้ได้นั่ง ปอ.203 กลับบ้าน...
เหมือนได้นั่งลีมูซีนกลับจากสนามบินนั่นแล...
จ่ายแพงกว่าหน่อยถึงบ้านสบายใจเฉิบ...
 
รถก็โล่งนั่งสบาย...
 
ถึงป้ายปากซอยแล้ว...
วันนี้รถโล่ง...
 
เดินทางเข้าซอย...
ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ...
 
จบทริป... โดยสมบูรณ์...
 
ใครที่ติดตามเรื่องเก็บห้องตอนที่สอง...
ผมว่าตอนนั้นเขาตัดจบไปแล้วล่ะครับ...
ผมมีนิสัยเสียตรงทำอะไรนานๆต่อเนื่องไม่ค่อยจะได้เนื่องจากมันจะรู้สึกเบื่อไปเลยล่ะ...
 
งั้นตอนนี้ก็ขอตัดจบตรงนี้เช่นกันครับ...
ราตรีสวัสดิ์...
 

09.10-การเก็บห้องที่ใช้เวลาเกือบสองอาทิตย์.txt

ใครจะว่าผมเป็นผู้ชายซกมกก็ว่าเถอะ...
แต่ผมยอมรับจริงๆว่าเป็นแบบนี้...
หากแต่ว่าห้องผมมีเพียงแค่โต๊ะเก้าอี้และที่นอน...
มันก็คงไม่รกแบบนี้...


นี่มันห้องนอนคนหรือว่าห้องร้างที่ถูกทิ้งไว้เป็นเวลานานฟะเนี่ย!!!

ซึ่งปกติเวลานอนผมจะกวาดทุกอย่างบนเตียงลงพื้นหมด...
ส่วนเวลาตื่น... ผมจะกวาดของที่ขวางเท้าชิดข้างทางให้หมด...
ผลก็เลยเป็นเช่นนี้...
นานวันเข้าห้องที่ถูกเปลี่ยนแค่ผ้าปูที่นอนกับซักผ้าห่มเดือนละครั้ง...
มันก็กลายสภาพเป็นห้องขยะนั่นแล...

ทุกอย่างที่เกะกะบนโต๊ะมันจะถูกไหลลงพื้นอย่างไม่รู้ตัว...

ผมใช้เวลาเกือบสองอาทิตย์กว่าจะเริ่มเก็บมันให้รู้สึกว่าเสร็จ...
ซึ่งตอนที่เขียนอยู่นี้ก็ยังไม่เสร็จ...
แต่เรียกว่าพอโล่งหน่อยดีกว่า...

ทีแรกผมตัดใจว่าจะย้ายห้องนอนไปนอนอีกบ้านซึ่งห่างกันไปอีก 2 หลัง...
แต่นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหาแน่ๆหากยังทิ้งทุกอย่างรกแบบนี้...
ห้องนี้จะไม่ต่างกับห้องร้างหลังสงครามแน่นอน...

ผมเริ่มเก็บจากหนังสือการ์ตูนและCDที่มีมากมาย...

โครมๆ!!! ผมว่ามันไม่ใช่แค่มากมายแล้วล่ะ...

นี่มันขยะชัดๆ...

ผมเริ่มจากการทิ้ง CD เกมหรือโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้แน่ๆแม้แต่หนังที่โคตรเก่าจนไม่คิดจะหยิบมาดูแน่นอน...
หลังจากที่เรียงแล้ว...
ผมกลับไม่เหลือที่เก็บการ์ตูนเลย...
ทีี่มันหายไปไหนหมด...
ณ เวลานั้นผมตัดสินใจ...

ว่าต้องหากล่องมาเก็บการ์ตูน...

ผมทยอยขนการ์ตูนบางส่วนไปไว้นอกห้อง...
เพื่อเก็บใส่ลัง...


เนื่องจากลังเก่าที่มีเก่าเก็บอยู่แล้วก็ยังมีการ์ตูนมากมาย...
จนไม่มีที่จะให้เก็บ...

ผมตัดสินใจ... ขนทิ้ง!!! ให้ลูกพี่ลูกน้องเอาไปอ่านให้ตาแฉะไปเลย...

แต่ช้าก่อน... ผมระลึกชาติได้ว่าที่เมเจอร์ปิ่นเกล้ามีรับซื้อการ์ตูนเก่านี่หว่า...
ว่าแล้วก็ทยอยจัดเป็นเรื่องๆเอาไปขายครับ...

ผมเริ่มเอากล่องที่อยู่ในรูปตรงประตูนั่นออกมา...
กล่องที่ตามบันไดออกมา...


การ์ตูนระดับตำนานตั้งแต่สมัยม.ต้น...
คินดะอิจิเล่มแรก!!!
สแลมป์ดังค์ตั้งแต่ยังเป็นเล่มละ 25 บาท!!!
BOY
โคนันเล่ม1
ลัคกี้แมน...
15หยกๆ16ไม่หย่อน(ไอ้นี่มันการ์ตูนสมัยมปลาย)...
ไยบะฉบับพิมพ์ครั้งที่1...(ปัจจุบันครั้งที่3มังเคยเห็นมีวางขาย)...
การ์ตูนระดับตำนานทั้งนั้น...
ผมกำลังจะเอามันไปขายทิ้ง!!!

คิดแล้วก็เสียดาย...
แต่วันนี้ผมได้เงินกลับมาจากการ์ตูนเกือบพันเล่ม...
เกือบหกพันบาท... 1380+4352 บาท...
อาจจะดูกิ๊กก๊อกไม่คุ้มเลย...
แต่ผมหมดภาระที่ต้องคอยเก็บมัน...
ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้เก็บดีหนักหนาอะไร...
หลายเล่มดำเก่าตามเวลา...
โดนกดราคา...
หลายเล่มไม่มีลิขสิทธิ์ขายไม่ได้ผมยกให้ลูกพี่ลูกน้องไปอ่านเล่นให้สุขใจไปเลยสองลัง...

แต่เท่ากับว่า...
ผมได้เงินค่าเก็บการ์ตูน...
ดีกว่าเก็บทิ้งตอนที่มันไม่มีสภาพดีๆเหลือแล้ว...

ผมตั้งปณิธานว่าจะไม่ซื้ออ่านในเรื่องที่หาอ่านสปอยตามเน็ตอยู่แล้ว...

เพื่อลดปัญหาซื้อการ์ตูนเต็มบ้านอีกครั้ง...

หลังจากที่เก็บห้องผมพบสมบัติมากมายในห้อง
ที่คาดว่าไม่น่าจะเล่าหมดในคืนนี้...
งั้นเริ่มที่รายการถัดไปละกัน...


หูฟัง!!! แน่ใจนะว่าข้างหัวมีอยู่สองหู!!!
นี่คือคำพูดที่พ่อผมมักถามผมประจำ...
แล้วทุกตัวมันก็ยังใช้ได้เสียงดีตามปกติด้วย...

รวมๆมามีครบตั้งแต่ Full Size, Semi-FullSize, Neck Band, Clip on, Sport Type, In-Ears, Ear Buds ไปจนถึงหูฟังระบบสั่นกระดูกใบหู... ที่ราคาแพงสุดในกลุ่มในขณะที่เล็กเกือบที่สุด...

งานนี้เรียกว่ารวมหูฟังเลย...
เกือบทุกตัวผ่านการใช้ทุกเดือนสลับกันไป...
ตามสถานการณ์...

ว่าแต่ว่า... ตกลงมันมีสองหูจริงๆหรือฟะเนี่ย...

สิ่งที่ได้ถัดไปจากหูฟังแน่ๆและต้องได้ชัวร์ๆคือ...


ขยะในห้อง!!! 1ถุงดำเต็มๆ...
เรียกว่าไม่รวมหนังสือมีแต่พวกกล่องCD DVD กระดาษ A4 ถุงพลาสติก บัตรเติมเน็ต...
เศษวัสดุต่างๆ เยอะสุดจะเป็นพวกเศษกระดาษตามพื้น...
รวมได้ 1 ถุงเต็ม...
และจะเป็นอย่างนี้เกือบทุกครั้งที่เก็บห้องเลย...
ผมนึกเสียดายว่า... ก่อนหน้านี้เราเอาเงินไปซื้อขยะมาเยอะขนาดนี้เลยหรือเนี่ย!!!
เพิ่งลากลงไปทิ้งเมื่อตะกี๊นี้เอง...


ตอนนี้พอเก็บโล่งได้ระดับนึงแล้วครับ...
โต๊ะนี้มีแต่ของต้องใช้แล้ว...
หูฟัง แอมป์กีตาร์ และกระเป๋าๆๆ
และของใช้จิปาถะโดนกระเป๋ากลบ...


โต๊ะทำงานที่เหมือนย้ายขยะข้างล่างมาไว้ข้างบน...
แต่จริงๆแล้วนี่คือของใช้ประจำทั้งหมด...
จะย้ายมาอยู่ตรงนี้...


โอว์โล่ง... ปกติต้องมีไวโอลินไว้ให้หลบไปหลบมาบนพื้น...
แล้วไปเหยียบเศษกระดาษแทน...
ตอนนี้โล่ง...

ยังเหลือหลังหัวเตียงที่ยังไม่ได้เก็บครับ...

แต่คืนนี้ขอนอนก่อน...

ราตรีสวัสดิ์...
หวังว่าคงได้ต่อภาคสอง...^_^"

http://www.facebook.com/siripattana

2009.08.25-Love Message...

posted on 25 Aug 2009 16:14 by yingheng  in Bobby

วิธีบอกรักแบบจดหมายยังใช้ได้อยู่นะ...

 

 

ไอเดียสื่อสารสับสนนี้ได้มาจากกระทู้นึงในเวบบอร์ด www.munkonggadget.com ที่อ่านประจำ...
(ขอไม่บอกกระทู้นะ... เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าเจ้าของกระทู้สื่อสารผิด... แค่ได้ไอเดียเรื่องสื่อรักมาเฉยๆจ้า)...

คำบางคำยากจะพูด...
ก็เลยใช้สื่อแทน...
แต่บางทีจะพึ่งสื่ออย่างเดียวก็อาจจะไปไม่ถึงใจผู้รับเหมือนกัน...

ภาษาไทยเป็นภาษาเขียนและภาษาพูดที่ลื่นไหลมาก...
สื่อสารผิดนิดเดียวเข้าใจไปไกลเลยก็มี...

มานั่งคิดดูแล้วพูดไปตรงๆชัดๆยังง่ายกว่าเยอะ...

แล้วคุณล่ะ...เคยสารภาพรักแบบไหนกันบ้าง...

2009.08.24-แก้เผ็ดแก๊งปาหิน...

posted on 24 Aug 2009 21:23 by yingheng  in News

ข่าวออกมาทุกวั๊นทุกวัน...

หาิวิธีแก้เผ็ดแก๊งปาหินกันดีกว่า...

 

การแก้แค้นการจองเวรไม่มีอะไรที่ดีขึ้นมานักหรอก...

ถ้าจะให้ดี... หาวิธีให้หยุดปาหินกันดีกว่านะ...

หลายๆคนปาเพราะอยากเป็นกระแสก็มี...

ปาเพราะคิดว่าตัวเองแน่กว่าพวกที่ถูกจับก็มี...

ถ้าสื่อช่วยกันลดกระแสข่าวพวกนี้แล้วหันมาหาวิธีป้องกันสำหรับเหยื่อดีกว่า...

ส่วนข่าวว่าใครปาเก่งกว่าใครไม่ต้องไปลงหรอก...

มันไม่ช่วยอะไรเลย...

มันมีดีแค่ช่วยให้ขายข่าวได้ทุกวันเท่านั้นแหละ...

 

เพื่อนๆคิดว่ามีวิธีอะไรดีๆบ้างมาแชร์กันนะ...

ช่วงเช้าผมจะมีโอกาสบ้างที่จะไปกินข้าวเช้าแถวบ้าน...

เกือบทุกร้านที่ผมเลือกเข้าไปกินจะต้องมีหนังสือพิมพ์อยู่ในร้านเสมอ...

เพราะมันจะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้อ่านข่าวแบบที่ไม่ต้องอ่านจากในเน็ต...
(ทีวีมีในบ้านไม่ค่อยจะได้ดูเพราะไม่ค่อยจะอยู่ข้างล่างเลยครับ)

แน่นอนว่าช่วงนี้กระแสข่าวเกือบทุกหนังสือพิมพ์คงไม่พ้นเรื่องของ...

ลูกแพนด้า...

ซึ่งหัวข้อข่าวก็พาดวนเวียนเกี่ยวกับสุขภาพของลูกแพนด้าเกือบทุกฉบับ...
ซึ่งจริงๆใจความมันก็มีเท่าหัวพาดข่าวน่ะแหละ...

แต่ไฉนเนื้อข่าวข้างในให้อ่านต่อมันถึงได้เยอะนัก...
คืออะไรก็ตามขอให้มีคำว่าแพนด้าอยู่ในข่าวนั้นก็จะถูกจับมารวมไว้ในข่าวหน้าข้างในทันที...

เรียกว่าเราจะได้ติดตามความเป็นไปของแพนด้ากันได้อย่างต่อเนื่องกว่า
รับรู้ความเป็นไปของญาติที่อยู่ต่างจังหวัดซะีอีก...

ต่างกับเมื่อสองอาทิตย์ก่อน...

ข่าวเคอิโงะมีจนเรียกว่าเหมือนดู reality show กันเลยทีเดียว...
ข่าวเคอิโงะที่ใครๆเห็นจนหมั่นใส้ปนสงสารน้องเค้า...
ข่าวที่จากเรื่องเด็กตามหาพ่อกลายเป็นมหากาพย์ไปสามอาทิตย์กว่าๆ...
ข่าวที่เรียกว่าปั้นเด็กที่ไม่รู้จักกลายเป็นดาวเด่นจนต้องซื้อลิขสิทธิ์ชีวิตไปเขียนเป็นการ์ตูน...

ตอนนี้ข่าวนี้มันไปไหนแล้ว...

ไม่ใช่ค่อยๆหายไป... แต่หากหลังจากแพนด้าคลอดลูกเสร็จ...
เรียกได้ว่าข่าวนี้หายจากหนังสือพิมพ์ไปเลย...

แล้วคนที่เค้าติดตามข่าวนี้มาจนเกือบจะติดแล้วล่ะ...

เท่าที่สังเกตสื่อไทยมักเป็นแบบนี้ประจำ...

ข่าวไหนที่เป็นข่าวหากินก็แห่กันไปทำจนเกร่อ...
ข่าวไหนที่เป็นข่าวหากินก็ทำกันให้มันเลี่ยนจนเบื่อหน้าหนังสือพิมพ์ไปเลย...
ข่าวไหนที่เป็นข่าวหากินใหม่ก็ทำให้ข่าวหากินเก่าถูกบดไปจนไม่เหลือแม้ซอกข่าวให้ติดตาม...
แล้วทางเลือกของคนบริโภคข่าวมันหายไปไหนหมด...

ทุกวันนี้ถ้าไม่ได้อ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ต...
เราคงถูกภาพซ้ำๆซากๆโผล่มาจนทำให้หลงเชื่อเป็นกระแสวันต่อวันไปเรื่อยๆ...
จนบางทีข่าวก็เปรียบเสมือนอาหารเช้า กลางวัน เย็นของคนเกินครึ่งประเทศกันเลยทีเดียว...
แล้วหากเราบริโภคข่าวที่ถูกป้อนข้อมูลด้านเดียวเรื่อยๆ...

ก็จะเกิดการอาเจียนเป็นข่าวนั้นๆ...

เช่นทุกๆเช้าเราบริโภคข่าวเรื่องๆหนึ่งมาซักอาทิตย์หนึ่ง...
สักวันหนึ่งเราก็ต้องมีการเอาข่าวนี้มาเล่าถกกับคนที่อ่านข่าวเหมือนกัน...
หรือคนอื่นที่ยังไม่ได้อ่านข่าวจนเป็น Talk of the town ไป...
นี่คือสิ่งที่สื่อฯต้องการให้เป็นฯ...

ข่าวที่เผยให้เห็นข้อเท็จจริงเพียงด้านเดียวโดยที่ไม่ได้ให้มุมมองด้านอื่นๆเลย...

แล้วการพัฒนาทางความคิดของผู้บริโภคสื่อมันจะได้อะไรบ้างเนี่ย...

หรือบ้านเมืองมันไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการมานั่งดูลูกแพนด้าทั้งวันอีกแล้ว???

ปล.จำได้ว่าข่าวช้างไทยออกลูกมันยังไม่ดังเป็นกระแสน่าสนใจขนาดนี้เลย...

ปล2. ถ้าผมอยากตามหาแฟนญี่ปุ่นที่หนีกลับประเทศไปนี่จะดังเหมือนเคอิโงะไหม...
แฟนชื่อมาริโกะ ชิราอิชิ... ใครเจอช่วยบอกเธอด้วยนะ...

edit @ 5 Jun 2009 21:44:52 by yingheng